การได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ NFT ใดๆ จึงเหมือนกับเราได้เป็นเจ้าของผลงานที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลกเท่านั้น ด้วย Token ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวนี้ จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไม NFT ถึงไม่สามารถใช้แลกเปลี่ยนซื้อ ขายสินค้าอื่นได้ จะต้องนำตัว NFT ออกมาขายเองเท่านั่น ซึ่งต่างจากสกุลเงิน Cryptocurrency อื่นๆที่ถูกใช้เป็นตัวกลางในการทำธุรกรรม แลกเปลี่ยนสินค้าและบริการต่างๆ
ดังนั้นเวลาซื้อขาย NFT จะต้องซื้อมูลค่าเต็ม 1 หน่วยเท่านั้น ไม่สามารถซื้อหน่วยย่อยได้เหมือนการซื้อเหรียญดิจิทัลประเภทอื่นๆ
ด้วยความพิเศษเฉพาะของ NFT ทำให้หลายคนเริ่มต้นลงทุนใน NFT มากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามมูลค่าที่แท้จริงของ NFT ยังเป็นสิ่งยากที่จะคำนวณ ราคาซื้อขายจึงอยู่ที่ความพึงพอใจของผู้ซื้อและผู้ขายเป็นหลัก บางคนก็ต้องการซื้อเพื่อเป็นของสะสม บางคนอาจจะตั้งใจซื้อเพื่อเก็งกำไร และขายในราคาที่สูงขึ้นในอนาคต โดยคาดการณ์จากแนวโน้มความต้องการของตลาด
แต่ข้อดีของ NFT ต่อตัวศิลปิน หรือ creator คือ การเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ของผลงานเราเอง ที่สามารถขายต่อและโอนกรรมสิทธิ์ได้โดยไม่ต้องผ่านคนกลาง จึงไม่ต้องห่วงเรื่องของการถูกกดราคาแต่อย่างใด และยังสามารถจัดตั้งประมูลสินค้าได้อีกด้วย และแน่นอนว่ามีความปลอดภัยสูง ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อมูลธุรกรรมที่ผ่านๆมาได้
ในปัจจุบันมีผลงาน NFT ที่หลากหลายมาก นอกเหนือจากภาพวาด รูปถ่าย การ์ตูน ปกนิตยสาร คลิปวีดีโอ เสื้อผ้า แสตมป์แล้ว คุณอาจจะคาดไม่ถึงว่า NFT เหล่านี้สามารถสร้างเม็ดเงินให้กับเจ้าของผลงาน เป็นหลักแสน และหลักล้าน อาทิเช่น MEME Disaster Girl ที่โด่งดังในโลกโซเชียลของ Zoe Roth ที่ถูกขายที่ราคา 15.4 ล้านบาท หรือ ทวีตแรกของโลก ของ Jack Dorsey ซีอีโอของทวิตเตอร์ ที่ราคา 90 ล้านบาท หรือในบ้านเราเอง ต้นฉบับเนื้อเพลงรักไม่ยอมเปลี่ยนแปลง ของติ๊ก ชีโร่ มีผู้สนใจประมูลซื้อไปในราคากว่า 2 แสนบาท
เป็นอย่างไรกันบ้าง เมื่อได้อ่านบทความนี้แล้วคุณมีไอเดียสร้างสรรค์ผลงาน NFT ที่มีเพียงชิ้นเดียวบนโลกเป็นของคุณเองแล้วรึยัง?
ที่สร้างสรรค์ผลงานไม่ว่าจะเป็น คลิปวิดีโอ เสื้อผ้า แสตมป์
หากเราสร้างผลงานขึ้นมาชิ้นหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นงานศิลปะ คลิปวิดีโอ ของสะสม เสื้อผ้า แสตมป์ การ์ดเกม ฯลฯ ที่ถือเป็นของชิ้นเดียวในโลก เป็นลิขสิทธิ์ของเราเอง ก็สามารถแปลงผลงานเหล่านั้นให้อยู่บนออนไลน์ในรูปแบบโทเคน NFT จากนั้นนำ NFT ไปขายต่อและโอนกรรมสิทธิ์โดยไม่ต้องมีคนกลาง เพราะทำผ่านระบบบล็อกเชนที่มีความปลอดภัยสูง ทุกธุรกรรมสามารถตรวจสอบได้ และแทบจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อมูลไม่ได้เลย และแม้ว่าผลงานจะถูกขายต่อ เปลี่ยนมือไปเรื่อย ๆ แต่ก็ยังตรวจสอบย้อนหลังได้ว่ามีใครเคยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในผลงานชิ้นนี้มาแล้วบ้าง



