เมืองอัจฉริยะ (Smart Cities) จะเกิดขึ้นได้ต้องมีอะไรบ้าง?

หลายคนน่าจะคุ้นหูกับคำว่า เมืองอัจฉริยะ หรือ Smart Cities กันเป็นอย่างดี แต่คุณรู้หรือไม่ว่าแนวคิดที่มาของเทรนด์นี้คืออะไร และองค์ประกอบสำคัญสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะโดยสมบูรณ์นั้นมีอะไรบ้าง บทความนี้มีคำตอบ

จากการประมาณการโดยองค์การสหประชาชาติ (United Nation) ว่าจำนวนประชากรบนโลกจะเพิ่มขึ้นอีก 2 พันล้านคนภายในปีค.ศ. 2050 ส่งผลให้เมืองขนาดใหญ่แบบมหานคร Mega Urban City ที่มีแนวโน้มเพิ่มจำนวนมากขึ้น ประกอบกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วไม่ว่าจะเป็นโรคระบาดร้ายแรงต่าง ๆ (Pandemic) หรือด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) เช่นสถานการณ์ฝนตก น้ำท่วมในประเทศไทยในปีนี้ เป็นตัวกระตุ้นให้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องการบริหารสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน การบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและที่พักอาศัย การบริการทางสังคม บริการด้านสาธารณสุข ไปจนถึงด้านการศึกษา เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับคนในสังคม

ภารกิจสำคัญของการออกแบบเมืองอัจฉริยะ คือ 

“เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการและการบริหารจัดการเมือง ลดค่าใช้จ่ายและการใช้ทรัพยากรโดยการมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจและภาคประชาชนในการพัฒนาเมือง ภายใต้แนวคิดการพัฒนาเมืองน่าอยู่ ทันสมัย ให้ประชาชนในเมืองอยู่ดีมีสุขอย่างยั่งยืน” 

หรือสรุปง่ายๆ Smart Cities คือเมืองที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยและชาญฉลาดนั่นเอง

ซึ่ง Frost & Sullivan ฐานข้อมูลที่มีชื่อเสียงที่รวบรวมงานวิจัยหรืองานศึกษาที่วิเคราะห์และทำนายเกี่ยวข้องกับธุรกิจและการตลาดของเทคโนโลยีอุตสาหกรรม  เช่น แนวโน้มเทคโนโลยีในบริบทโลก หรือความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ได้คาดการณ์ว่าจะมีเมืองอัจฉริยะ 26 เมืองเกิดขึ้นทั่วโลกภายในปี 2025 โดยที่เมืองอัจฉริยะเหล่านี้จะสร้างโอกาสทางธุรกิจอย่างมหาศาล ด้วยมูลค่าตลาดมากกว่า 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2025 

จึงอยากจะชวนทุกคนมาดูองค์ประกอบต่างๆในการออกแบบเมืองอัจฉริยะสำหรับโลกอนาคตกัน

  1. สิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ (Smart Environment) หมายถึง เมืองที่คำนึงถึง ผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อมและสภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศ โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารจัดการอย่างเป็น ระบบ เช่น การจัดการน้ำ การดูแลสภาพอากาศ การบริหาร จัดการของเสีย และการเฝ้าระวังภัยพิบัติ ตลอดจนเพิ่ม การมีส่วนร่วมของประชาชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
  2. เศรษฐกิจอัจฉริยะ (Smart Economy) หมายถึง เมืองที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในระบบเศรษฐกิจและบริหารจัดการ ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น เมืองเกษตรอัจฉริยะ เมืองท่องเที่ยวอัจฉริยะ เป็นต้น
  3. พลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy) หมายถึง เมืองที่สามารถบริหารจัดการด้านพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความสมดุล ระหว่างการผลิตและการใช้พลังงานในพื้นที่เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานและลดการพึ่งพาพลังงานจากระบบโครงข่ายไฟฟ้าหลัก
  4. การบริหารภาครัฐอัจฉริยะ (Smart Governance) หมายถึง เมืองที่พัฒนาระบบบริการภาครัฐ เพื่ออำนวยความสะดวก แก่ประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของภาครัฐ โดยมุ่งเน้น ความโปร่งใสและการมีส่วนร่วม และมีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องผ่านการประยุกต์ใช้นวัตกรรมบริการ
  5. การดำรงชีวิตอัจฉริยะ (Smart Living) หมายถึง เมืองที่มีการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกโดยคำนึงถึงหลักอารยสถาปัตย์ (Universal Design) ให้ประชาชนมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี มีความปลอดภัย และมีความสุขในการดำรงชีวิต
  6. การเดินทางและขนส่งอัจฉริยะ (Smart Mobility) หมายถึง เมืองที่มุ่งเน้นพัฒนาระบบจราจรและขนส่งอัจฉริยะเพื่อขับเคลื่อนประเทศ โดยเพิ่มประสิทธิภาพและความเชื่อมโยงของระบบขนส่งและการสัญจรที่หลากหลาย เพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทางและขนส่ง รวมถึงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
  7. พลเมืองอัจฉริยะ (Smart People) หมายถึง เมืองที่มุ่งพัฒนาองค์ความรู้ ทักษะ และสิ่งแวดล้อม ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและเศรษฐกิจตลอดจนเปิดกว้างสำหรับความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และการมีส่วนร่วมของประชาชน

Related   Idea

สรุปให้ ChatGPT ทำอะไรได้บ้าง พร้อมตัวอย่างคำสั่งที่ใช้บ่อย

ChatGPT เป็นแชทบอตจาก OpenAI ที่มีจุดเด่นคือ สามารถต่อบทสนทนาในรูปประโยคที่เป็นธรรมชาติได้เหมือนคุยกับมนุษย์ด้วยกัน และสามารถตอบคำถามที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ต่อยอดได้ด้วย

TIME MANAGEMENT ช่วยเพิ่มโฟกัสการทำงาน

หากเมื่อปีที่ผ่านมา คุณพบว่างานยุ่งมากแต่ “ไม่มีเวลาโฟกัสกับงานของตัวเอง” บทความนี้จะมาแบ่งปัน 4 เทคนิคง่ายๆที่ช่วยให้คุณสามารถจัดการบริหารเวลา (Time management) ได้ดีมากยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มเวลาทำงานของตัวเอง ตลอดจนป้องกันอาการ Burnout ที่อาจจะเกิดขึ้นหากไม่สามารถบริหารเวลากับปริมาณงานได้อย่างเหมาะสม

10 เครื่องมือสำคัญในการจัดการข้อมูล (Data Analytics Tools) อย่างมีประสิทธิภาพ!

Big Data หรือข้อมูลขนาดใหญ่ สามารถทำให้เราทราบและพยากรณ์ได้ว่า
กลุ่มเป้าหมายทางการตลาดใดที่จะใช้สินค้าของเรา หรือทำนายผลตอบสนองหลังเปิดตัวสินค้าใหม่ได้
แต่ก่อนที่จะมีการนำข้อมูลมาใช้ แน่นอนว่าข้อมูลขนาดใหญ่ที่ได้มานั้นเป็นข้อมูลจำนวนมหาศาล ซึ่งทั้งหมดนั้นล้วนเป็นข้อมูลดิบ ด้วยเหตุนี้ การใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics Tools) จึงเป็นเรื่องสำคัญ

ดังนั้นบทความในวันนี้จะพาคุณไปรู้จักกับ 10 เครื่องมือสำคัญในการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อจัดการ Data ได้อย่างมีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ความต้องการกันค่ะ