เทคนิคสร้าง positive productivity ด้วย the Eisenhower Matrix

คุณเป็นคนหนึ่งหรือไม่ที่รู้สึกว่าช่วงหลัง ๆ มานี้ชีวิตเต็มไปด้วยความยุ่ง ความเครียด และไม่สามารถพักจากการทำงานได้เลย? หากคำตอบ คือ ใช่ ก็ยังพอมีข่าวดีเล็ก ๆ คือ คุณไม่ได้โดดเดี่ยว เพราะคนทำงานหลายต่อหลายคนกำลังประสบกับภาวะ workaholic หรือการทำงานอย่างไม่หยุดหย่อนแม้จะต้องแลกมาด้วยปัญหาสุขภาพและเวลาชีวิตส่วนตัวที่ขาดหายไป ทั้งการพลาดนัดสำคัญ ๆ กับครอบครัวหรือเพื่อนบ่อยขึ้น ไม่มีเวลาแม้กระทั่งจะให้ตัวเองได้กินอาหารดี ๆ ไปออกกำลังกาย หรือนอนหลับให้เพียงพอ⁣⁣

ซึ่งเจ้าภาวะ work’s always-on นี้เองที่เป็นปัจจัยนำพาไปสู่ toxic productivity ในที่สุด แล้วความน่ากลัวอยู่ตรงที่เรามักไม่ทันสังเกตหรือรับรู้ถึงการมีอยู่ของมันด้วยซ้ำ เพราะบ่อยครั้งการทำงานแบบเกินพอดีกลับเป็นความสมัครใจของเราเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเราอยู่ในองค์กรที่มีรูปแบบการทำงานแบบไฮบริด รูปแบบซึ่งทำให้เส้นแบ่งระหว่างเวลางานกับเวลาส่วนตัวเลือนลางลงไปทุกที เพราะเมื่อใดก็ตามที่เราทำงานจากบ้าน ในขณะที่หัวหน้าหรือทีมเข้าออฟฟิศกัน เราจะมีความรู้สึกอยากพิสูจน์ให้เห็นว่าอยู่บ้านเราก็ทำงานได้นะ และเรากำลังทำงานอยู่จริง ๆ⁣⁣

จึงอาจกล่าวได้ว่า toxic productivity คือ ภาวะที่ทัศนคติหรือชุดความคิดของเราสั่งให้เราต้องทำอะไรบางอย่างไปเรื่อย ๆ อย่างไม่หยุดนั่นเอง⁣⁣

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าความอยาก productivity เป็นสิ่งที่ไม่ดี อันที่จริงแล้วการมีสิ่งนี้ถือเป็นเรื่องที่ดีมากต่างหาก เพียงแต่ว่าหากการได้มาซึ่งสิ่งหนึ่งหมายถึงการต้องสละไปซึ่งอีกสิ่งหนึ่ง ทั้งการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง ตลอดจนกระทบความสัมพันธ์กับแฟน เพื่อน หรือครอบครัว นี่ต่างหากคือปัญหา ก็พอจะสรุปได้ว่าเราไม่สามารถโฟกัสที่ผลลัพธ์ปลายทางได้เพียงอย่างเดียวโดยไม่สนใจวิธีการเพื่อให้ได้มันมาเลย⁣⁣⁣

ลองคิดดูว่าหากอดนอนเป็นระยะเวลานาน มีความสัมพันธ์ที่ระหองระแหงกับคนรอบข้าง สังคมคนรอบตัวเริ่มหายไป สุขภาพเริ่มย่ำแย่ ต่อให้เราอยาก productivity แค่ไหนก็ตาม แต่ผลลัพธ์จะออกมาดีได้อย่างไรในเมื่อเราไม่มีแรงเหลือจะมอบให้แล้ว ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงอาการดังกล่าวและมุ่งสู่การสร้าง positive productivity ที่แท้จริง เรามาจัดลำดับความสำคัญของภาระหน้าที่เราด้วย the Eisenhower Matrix กันดีกว่า⁣⁣

⁣⁣⁣⁣

The Eisenhower Matrix หรือตารางสี่ช่องจะช่วยให้เราจัดลำดับความสำคัญเร่งด่วนของงานที่เข้ามาได้อย่างชัดเจน และเลือกทำงานตามลำดับที่ได้ถูกแบ่งประเภทเอาไว้แล้ว ขอให้คุณหยิบกระดาษปากกาขึ้นมาแล้วเขียนตารางสี่ช่อง หรือเครื่องหมายบวกขนาดใหญ่ โดยในแนวนอน ฝั่งซ้ายจะเขียนว่า urgent ฝั่งขวาจะเขียนว่า not urgent ส่วนแนวตั้ง ด้านบนจะเขียนว่า important และด้านล่าง คือ not important เมื่อเขียนตามนี้แล้วคุณจะได้ตารางสี่ช่อง โดยแต่ละช่องหากเรียงลำดับจากซ้ายไปขวา บนลงล่าง จะได้แก่⁣⁣

  1. ⁣Urgent + important เร่งด่วนและสำคัญ คือ งานลำดับแรก ๆ ที่ต้องทำทันที โดยเราอาจรวมเอางานที่อาจจะไม่ด่วนมากแต่ง่ายมาก ๆ เช่น ตอบอีเมลหรือยิงนัดประชุมมาใส่ในช่องนี้เพื่อรีบเคลียร์งานยิบย่อยออกไปให้หมดเลยก็ได้⁣⁣⁣
  2. Not urgent + important ไม่เร่งด่วนแต่สำคัญ คือ งานที่สำคัญรองลงมา ไม่ต้องทำทันทีแต่ต้องลงเวลาว่าจะทำเมื่อไหร่ โดยมากจะเป็นงานที่มีเส้นตายแบบหลวม ๆ เช่น แผนโครงการใหญ่ ๆ ระยะยาว⁣⁣
  3. Urgent + not important ไม่สำคัญแต่เร่งด่วน คือ งานที่คุณสามารถถ่ายไปให้คนอื่นช่วยทำ หรือเก็บไว้ทำเอง แต่หลังจากที่ช่องแรกสุดหรือ เร่งด่วนและสำคัญเสร็จแล้วทั้งหมด⁣⁣
  4. ⁣⁣Not urgent + Not important ไม่เร่งด่วนและไม่สำคัญ คือ อะไรก็ตามที่คุณสามารถเก็บไว้ทำท้ายสุดหรือไม่ต้องทำเลยก็ได้⁣⁣

⁣และนี่ก็คือ the Eisenhower matrix เครื่องมืออย่างง่ายที่จะช่วยให้คุณจัดสรรภาระหน้าที่ต่าง ๆ ในวันที่อะไร ๆ ก็ดูเหมือนจะถาโถมลงมาใส่ทั้งหมดจนไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนดี อย่างน้อย ๆ ก็จะได้เห็นภาพทันทีว่าอะไรที่เราต้องลงมือทำด้วยตัวเองเดี๋ยวนี้ หรืออะไรที่เราไม่ต้องทำหรือรอไว้ค่อยทำทีหลังได้ แค่นี้คุณก็จะรู้สึกเหมือนได้เวลาของตนเองกลับคืนมาบ้างไม่มากก็น้อย⁣⁣⁣

Related   Idea

สรุปให้ ChatGPT ทำอะไรได้บ้าง พร้อมตัวอย่างคำสั่งที่ใช้บ่อย

ChatGPT เป็นแชทบอตจาก OpenAI ที่มีจุดเด่นคือ สามารถต่อบทสนทนาในรูปประโยคที่เป็นธรรมชาติได้เหมือนคุยกับมนุษย์ด้วยกัน และสามารถตอบคำถามที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ต่อยอดได้ด้วย

TIME MANAGEMENT ช่วยเพิ่มโฟกัสการทำงาน

หากเมื่อปีที่ผ่านมา คุณพบว่างานยุ่งมากแต่ “ไม่มีเวลาโฟกัสกับงานของตัวเอง” บทความนี้จะมาแบ่งปัน 4 เทคนิคง่ายๆที่ช่วยให้คุณสามารถจัดการบริหารเวลา (Time management) ได้ดีมากยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มเวลาทำงานของตัวเอง ตลอดจนป้องกันอาการ Burnout ที่อาจจะเกิดขึ้นหากไม่สามารถบริหารเวลากับปริมาณงานได้อย่างเหมาะสม

10 เครื่องมือสำคัญในการจัดการข้อมูล (Data Analytics Tools) อย่างมีประสิทธิภาพ!

Big Data หรือข้อมูลขนาดใหญ่ สามารถทำให้เราทราบและพยากรณ์ได้ว่า
กลุ่มเป้าหมายทางการตลาดใดที่จะใช้สินค้าของเรา หรือทำนายผลตอบสนองหลังเปิดตัวสินค้าใหม่ได้
แต่ก่อนที่จะมีการนำข้อมูลมาใช้ แน่นอนว่าข้อมูลขนาดใหญ่ที่ได้มานั้นเป็นข้อมูลจำนวนมหาศาล ซึ่งทั้งหมดนั้นล้วนเป็นข้อมูลดิบ ด้วยเหตุนี้ การใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics Tools) จึงเป็นเรื่องสำคัญ

ดังนั้นบทความในวันนี้จะพาคุณไปรู้จักกับ 10 เครื่องมือสำคัญในการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อจัดการ Data ได้อย่างมีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ความต้องการกันค่ะ