ส่องนิสัยและ Mindset ของคน Productive

ทำอย่างไรถึงจะเป็นคนที่กระตือรือร้น กระชับฉับไว และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ? วันนี้เราจะมาเผยเคล็ดลับของการเป็นคน productive ให้คุณทราบกัน!

นิสัยของคน Productive หลัก ๆ มีอยู่ 5 ข้อด้วยกันคือ 

  1. จัดลำดับความสำคัญอยู่เสมอ คน productive โดยมากจะมีความชัดเจนในตัวเอง รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร มีเป้าอย่างไร จึงทำให้สามารถชั่งน้ำหนักและเลือกทำสิ่งที่สำคัญที่สุดก่อนเสมอ เมื่อเราบริหารความคิดแล้วว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญกับตัวเองอย่างแน่ชัด เราจะมุ่งใช้เวลาและพลังงานเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์เองโดยอัตโนมัติ
  2. วางแผนประจำวัน คนที่ productive จะวางแผนสิ่งที่ตัวเองจะต้องทำให้สำเร็จในหนึ่งวัน เพื่อช่วยให้รู้ว่าจะต้องบริหารจัดการเวลาหรือพลังงานให้เหมาะสมอย่างไร ทั้งยังช่วยในเรื่องของการ focus ไปสู่เป้าหมายอีกด้วย การวางแผนที่ realistic จะไม่ทำให้เรารู้สึกเหน็ดเหนื่อยหรือล้าจนทำให้การทำงานเป็นไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพ
  3. สร้างภาพความสำเร็จ คนที่ productive จะจินตนาการถึงสิ่งที่ต้องการอยู่เรื่อยๆ เพื่อสร้างเสริมกำลังใจและเพิ่มแรงกระตุ้นให้อยากที่จะลงมือทำ และก้าวผ่านปัญหาหรืออุปสรรคต่างๆไปได้ ลองสำรวจดูว่าภาพใดที่เป็น trigger สำหรับคุณ ไม่ว่าจะเป็น ความหวัง, ความฝัน, เป้าหมายหรือสิ่งที่คุณหลงไหล เพื่อให้คุณเลิกผลัดวันประกันพรุ่ง
  4. กล้าปฏิเสธ คนที่ productive จะฝึกฝนความเข้มแข็งในจิตใจให้สามารถปฏิเสธสิ่งที่ขัดขวางความก้าวหน้าไปสู่ความสำเร็จได้ ไม่ว่าจะเป็นโซเชียลมีเดีย การไปปาร์ตี้สังสรรค์กับเพื่อน ความคิดของตนเอง เช่น ความกลัวล้มเหลว กลัวว่าคนอื่นจะวิพากษ์วิจารณ์หรือคิดกับเราอย่างไร หรือ ความต้องการให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบจนไม่กล้าลงมือทำ 
  5. บริหารจัดการตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการกิน การนอน หรือการพักผ่อน เพราะคนที่ productive รู้ดีว่าความสมดุลเป็นปัจจัยที่สำคัญที่ช่วยให้สมองปลอดโปร่ง โลดแล่น มีอารมณ์ที่ดี และทัศนคติที่เป็นบวก ทำให้สามารถทำสิ่งต่างๆได้อย่างดีและต่อเนื่อง รวมไปถึงการจัดระเบียบสิ่งแวดล้อมให้เอื้อต่อการทำงาน และการจัดหาอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆที่ช่วยให้การทำงานง่ายขึ้น


ทีนี้เรามาดูกันต่อว่า ความคิดและมุมมองที่ส่งเสริมการเป็นคน Productive มีอะไรบ้าง

  1. Growth mindset เป็นคนที่ช่างสังเกต ช่างสงสัย ตั้งคำถาม และพยายามพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา คนที่ productive รักการเรียนรู้มากๆ ไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ พร้อมเปิดรับกับสิ่งใหม่ๆอยู่เสมอ และมองหาวิธีการทำจะ work smarter ไปเรื่อยๆแทนการ work harder
  2. Always be ready & flexible คนที่ productive จะพร้อมรับทุกสถานการณ์ และพร้อมที่จะปรับตัวอยู่เสมอ หากประชุมถูกยกเลิก หรือเพื่อนเทนัด พวกเขาจะมองบวกและขอบคุณสำหรับเวลาที่มีเพิ่มขึ้นโดยไม่ได้คาดหวัง วิธีคิดนี้ทำให้สามารถเห็นโอกาสและพร้อมที่จะใช้เวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่เสียเวลาไปกับความเครียดหรือหงุดหงิดใจกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
  3. Slow down & be present ในยุคที่โลกหมุนไปอย่างรวดเร็ว การฝึกฝนที่จะทำอะไรให้ช้าลงแต่มีคุณภาพมากขึ้นเป็น mindset ที่จำเป็น เช่น การแบ่งเวลาให้ตัวเองในการทบทวนเรื่องราวในแต่ละวัน เพื่อพิจารณาสิ่งที่ทำได้ดีหรือข้อควรปรับปรุงแก้ไข การฝึกสมาธิจดจ่อ ให้ความสนใจกับสิ่งตรงหน้าอย่างเต็มที่ไปทีละอย่างๆ ก็จะช่วยให้คุณภาพของการอยู่ การทำ และการเป็นของเราดียิ่งขึ้น 


คุณก็ได้เห็นแล้วว่าการเป็นคน productive ไม่ใช่คนที่ยุ่งตลอดเวลา ต้องทำงานหนักเพื่อแลกกับสร้างผลลัพธ์ได้เยอะอย่างที่หลายๆคนเข้าใจ productivity แท้จริงแล้วเป็นเรื่องของการบริหารความคิดไม่ใช่เวลา เพราะการเป็นคน productive หมายถึงคนที่ทำอะไรก็ตามแล้วได้ผลสำเร็จ มีคุณภาพ หรือ impact สูงต่างหาก 

รู้แบบนี้แล้ว คุณพร้อมรึยังที่จะ ‘ปรับเปลี่ยนความคิด’ ให้ตัวเองเป็นคนที่ productive มากขึ้น?

Related   Idea

สรุปให้ ChatGPT ทำอะไรได้บ้าง พร้อมตัวอย่างคำสั่งที่ใช้บ่อย

ChatGPT เป็นแชทบอตจาก OpenAI ที่มีจุดเด่นคือ สามารถต่อบทสนทนาในรูปประโยคที่เป็นธรรมชาติได้เหมือนคุยกับมนุษย์ด้วยกัน และสามารถตอบคำถามที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ต่อยอดได้ด้วย

TIME MANAGEMENT ช่วยเพิ่มโฟกัสการทำงาน

หากเมื่อปีที่ผ่านมา คุณพบว่างานยุ่งมากแต่ “ไม่มีเวลาโฟกัสกับงานของตัวเอง” บทความนี้จะมาแบ่งปัน 4 เทคนิคง่ายๆที่ช่วยให้คุณสามารถจัดการบริหารเวลา (Time management) ได้ดีมากยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มเวลาทำงานของตัวเอง ตลอดจนป้องกันอาการ Burnout ที่อาจจะเกิดขึ้นหากไม่สามารถบริหารเวลากับปริมาณงานได้อย่างเหมาะสม

10 เครื่องมือสำคัญในการจัดการข้อมูล (Data Analytics Tools) อย่างมีประสิทธิภาพ!

Big Data หรือข้อมูลขนาดใหญ่ สามารถทำให้เราทราบและพยากรณ์ได้ว่า
กลุ่มเป้าหมายทางการตลาดใดที่จะใช้สินค้าของเรา หรือทำนายผลตอบสนองหลังเปิดตัวสินค้าใหม่ได้
แต่ก่อนที่จะมีการนำข้อมูลมาใช้ แน่นอนว่าข้อมูลขนาดใหญ่ที่ได้มานั้นเป็นข้อมูลจำนวนมหาศาล ซึ่งทั้งหมดนั้นล้วนเป็นข้อมูลดิบ ด้วยเหตุนี้ การใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics Tools) จึงเป็นเรื่องสำคัญ

ดังนั้นบทความในวันนี้จะพาคุณไปรู้จักกับ 10 เครื่องมือสำคัญในการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อจัดการ Data ได้อย่างมีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ความต้องการกันค่ะ